โอเมก้า 3, Omega 3
โพสต์เมื่อ : 7 ธ.ค 2566 เวลา 12:30 น.

Omega 3
โอเมก้า 3 (Omega 3) เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดวงตา สมอง และหัวใจ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอเมก้า 3 เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ จึงต้องรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 หรือรับประทานอาหารเสริม
โอเมก้า 3 (Omega 3) คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFAs) ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โอเมก้า 3 พบมากในอาหารจำพวกปลาทะเล ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง เมล็ดพืชชนิดต่างๆ น้ำมันจากเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันคาโนลา และยังมีอาหารเสริมที่มีปริมาณมากอยู่นั่นก็คือ Fish oil โอเมก้า 3 เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญในการทำงานของสมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบพัฒนาการการเติบโตของร่างกาย มีส่วนในการช่วยลดความดันโลหิต ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ ช่วยลดอาการอักเสบของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีส่วนช่วยในการบำรุงและพัฒนาระบบสมอง บำรุงสายตา ช่วยบรรเทาและป้องกันโรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า โรคหอบหืด โรคไมเกรน ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจและสมองขาดเลือด เป็นต้น
ประเภทของ โอเมก้า 3
กรดไขมันดีเอชเอ (DHA)
กรดไขมันดีเอชเอ (DHA) เป็นโอเมก้า 3 ที่มาจากอาหารทะเล พบในปลา กรดไขมัน DHA มีบทบาทสำคัญในการช่วยบำรุงพัฒนาสมอง และดวงตา ช่วยเสริมสร้างและป้องกันการเสื่อมของสมอง การเรียนรู้ ความจำ ตลอดจนระบบการมองเห็นให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรดไขมันอีพีเอ (EPA)
กรดไขมันอีพีเอ (EPA) เป็นโอเมก้า 3 ที่มาจากอาหารทะเล พบในปลา กรดไขมัน EPA มีส่วนช่วยในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมองอุดตัน และยังช่วยในการบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม และโรคไขข้ออักเสบได้อีกด้วย
กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (ALA)
กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (ALA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในพืช กรดไขมันชนิดนี้สามารถเปลี่ยนเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดอื่น ๆ ได้ ซึ่งโดยปกติร่างกายเราไม่สามารถสร้างกรดไขมันชนิดนี้ได้เอง จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารจำพวก เมล็ดพืช และถั่วต่างๆ
โอเมก้า 3 อุดมไปด้วยประโยชน์ต่างๆ ดังนี้
ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
กรดไขมัน โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบ ที่เกิดขึ้นจากสาร ลิวโคไตรอิน (Leukotriene) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอาการหอบ ดังนั้นการเสริมอาหารที่มีน้ำมันปลา กรดไขมัน โอเมก้า 3 เป็นประจำ ก็จะช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้
บำรุงการทำงานการทำงานของเซลล์สมอง
กรดไขมัน DHA ที่มีอยู่ในน้ำมันปลามีความสำคัญ และมีความจำเป็นต่อสมอง โดยจะช่วยลดการเกาะตัวของเส้นใย หรือไฟบริลในสมอง ซึ่งเป็นตัวการในการทำลายเส้นใยประสาทส่วนความจำ กรดไขมันโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลาจึงมีส่วนช่วยบำรุง ปรับปรุงการทำงานของเซลล์สมอง มีส่วนในการช่วยเพิ่มความจำ และช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ได้
บรรเทาอาการไมเกรน
กรดไขมัน EPA ที่มีอยู่ในกรดไขมันโอเมก้า 3 มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสาร โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวด และยับยั้งการหลั่งของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ส่งผลให้การเกาะตัวของเกล็ดเลือดลดลง ในช่วงที่หลอดเลือดในสมองตีบตัน ส่งผลทำให้อาจมีส่วนในการช่วยบรรเทาอาการไมเกรนลงได้
บำรุงหัวใจและหลอดเลือด
กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นสารตั้งตั้งต้น ของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) ซึ่งรวมถึงสารโพรสตาแกลนดิน-3 (Prostaglandins-3) และสารทรอมบอกแซน-3 (Thromboxane-3) ซึ่งจะช่วยในการยับยั้ง การเกาะตัวของเกล็ดเลือดบนผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดไม่อุดตัน และมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น และยังมีส่วนช่วยในการลดจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้
รักษาระดับน้ำตาลในเลือด
กรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้บ่อย ซึ่งมักพบในผู้ที่เป็นโรคอ้วน กรดไขมัน EPA ในกรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถเข้าไปควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
ช่วยรักษา อาการรูมาตอยด์
โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ ส่งผลทำให้เกิดอาการบวม ตึง ปวด และการสูญเสียการทำงานของข้อต่อ จึงได้มีศึกษาทางการแพทย์ พบว่าการรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 ร่วมกับยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้
ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม
มีงานวิจัยบางงาน พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง มีแนวโน้มที่จะมีโอกาสในการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมลดลง กรดไขมันโอเมก้า 3 จึงมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคตาบอดได้
วิธีการรับประทาน โอเมก้า 3 ให้เห็นผล
ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ แนะนำให้รับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 ตั้งแต่ 250– 500 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อบำรุงสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือที่กำลังให้นมบุตร ให้รับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ ปริมาณ DHA ให้ได้อย่างน้อยวันละ 200 มิลลิกรัม สำหรับเด็ก สำหรับเด็กทารก และเด็กเล็กแนะนำให้ทานกรดไขมันโอเมก้า 3 ปริมาณ 50 – 100 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หลายๆองค์กร และสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา มีการแนะนำให้รับประทานโอเมก้า 3 วันละ 1,000 มิลลิกรัม หรือ ปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน แต่ถ้าผู้ป่วยมีภาวะไขมัน ชนิดไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมด้วย มีการแนะนำวันละ 2,000 – 4,000 มิลลิกรัม ผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือมีความเครียด แนะนำให้ทานกรดไขมันโอเมก้า 3 วันละ 200 – 2,000 มิลลิกรัม หรือในขนาดที่เหมาะสม ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ควรรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 ตั้งแต่ขนาด 500 – 3,000 มิลลิกรัม จะช่วยลดความดันโลหิตสูงลงได้
แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วย โอเมก้า 3
ปลาและอาหารทะเล
ปลาและอาหารทะเลเป็นแหล่งรวมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และเซเลเนียม รวมทั้งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่เป็นจำนวนมาก โดยปลาและอาหารทะเลที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 มักเป็นปลาในทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน แมคเคอเรล ทูน่า และซาร์ดีน นอกจากนี้ ปลาที่มีเนื้อสีขาวก็จะมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 มากเช่นเดียวกัน
ธัญพืชและถั่วต่างๆ
ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ อาจรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 จำพวกถั่วหรือธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท หรือเมล็ดฟักทอง
น้ำมันพืช
น้ำมันพืชบางชนิดก็อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันคาโนล่า โดยสามารถนำน้ำมันพืชเหล่านี้มาปรุงอาหารได้
โอเมก้า 3 ใครบ้างที่ควรรับประทาน
ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น หรือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ก็สามารถรับประทานโอเมก้า 3 ได้ โดยควรมีการปรึกษาแพทย์ ก่อนรับประทาน
ผลข้างเคียงเมื่อร่างกายขาด โอเมก้า 3
หากได้รับโอเมก้า 3 ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ซึ่งอาจทำให้มีผิวหนังที่สาก หยาบ หรือมีลักษณะลอกเป็นเกล็ด รวมทั้งเกิดผื่นแดง บวม และทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
กล่าวโดยสรุป โอเมก้า 3 (Omega 3) คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFAs) ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โอเมก้า 3 พบมากในอาหารจำพวกปลาทะเล ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง เมล็ดพืชชนิดต่างๆ น้ำมันจากเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันคาโนลา โอเมก้า 3 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กรดไขมันดีเอชเอ (DHA) กรดไขมันอีพีเอ (EPA) และ กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (ALA) ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญ ช่วยในการบำรุงสมอง บรรเทาและป้องกันโรงความจำเสื่อม ช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบพัฒนาการการเติบโตของร่างกาย มีส่วนในการช่วยลดความดันโลหิต ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และช่วยลดอาการอักเสบ ของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ การเลือกบริโภค โอเมก้า 3 ผู้บริโภคควรเลือก ผลิตภัณฑ์ที่มีการ ควบคุมการผลิตโดยเภสัชกร และทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านอาหารเสริม และโภชนการโดยเฉพาะ รวมถึงนวัตกรรมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตที่ทันสมัย ประสิทธิภาพสูง การันตีคุณภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ในทุกขั้นตอนการผลิต จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการบริโภค โมเมก้า 3
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า โอเมก้า 3 สามารถสอบถาม ได้โดยตรงที่
บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด
โทร 034496284, 034854888
มือถือ 0861762992, 0800160016
ไลน์ไอดี thaipoly888
ไลน์ไอดี thaipolychemicals
เว็บไซต์ www.thaipolychemicals.com
Omega 3
TPCC supply Omega 3 that manufactured by the proprietary microencapsulation technology produces best-in-class application performance and the highest oil-loaded DHA powders on the market, with excellent sensory outcomes. Omega 3 made from marine, algal and fungal oils, our powders include DHA, DHA+EPA and ARA, with dairy-free and plant-based options. Omega 3 powders is suitable for a wide range of products: gummies, chewable and swallowable tablets, ready-to-drink beverages, dairy products, infant formula, bakery goods, plant-based foods and protein/sports bars.
More information of Omega 3, please directly contact
Thai Poly Chemicals Co., Ltd. (TPCC)
Tel: 6634496284, 6634854888
Mobile: 66800160016
Line ID: thaipoly888
Line ID: thaipolychemicals
Web: www.thaipolychemicals.com
คำค้นหาผลิตภัณฑ์, Product Keyword
โอเมก้า 3,Omega 3,โอเมก้า3,โอเมก้าสาม,โอเมก้าทรี,กรดไขมันดีเอชเอ,DHA,กรดไขมันอีพีเอ,EPA,กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก,กรดไขมันเอแอลเอ,ALA,โอเมก้า 3 ช่วยอะไร,โอเมก้า 3 สรรพคุณ,กรดไขมันโอเมก้า 3,โอเมก้า 3 จากปลาทะเล, โอเมก้า 3 จากพืช,โอเมก้า3คืออะไร,โอเมก้าคือ,อาหารที่มี โอเมก้า 3,โอเมก้า 3 DHA,โอเมกา 3,โอเมกา3,โอเมกาสาม,โอเมกาทรี,กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน,PUFAs